Home ยาต้ม

Who's Online

เรามี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter Revised by M.Majunke

65582
TodayToday70
YesterdayYesterday358
This WeekThis Week428
This MonthThis Month1907
All DaysAll Days65582

Designed by:
ยาต้ม
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2010 เวลา 22:41 น.

ยาต้มเป็นรูปแบบการปรุงยาสมุนไพร

ที่ใช้มานาน เป็นการใช้น้ำเป็นตัวทำละลายยาสมุนไพร ข้อดีของยาต้มคือ ดูดซึมง่าย ออกฤทธิ์เร็ว วิธีการเตรียมง่ายและสะดวก มีข้อเสียคือ รสชาติและกลิ่นอาจรับประทานยากสำหรับบางคน และยาต้มเก็บไว้ไม่ได้นานขึ้น
วิธีการเตรียมยาต้ม
๑.??? น้ำและภาชนะ
น้ำที่ใช้ต้มยาควรเป็นน้ำสะอาด ใส ไม่มีสี กลิ่น รส ปริมาณยาโดยปกติ จะใส่น้ำพอท่วมยา ภาชนะที่ใช้ต้มยาควรเป็นหม้อดินเผา หรือหม้อเคลือบ ไม่ควรใช้ภาชนะที่เป็นโลหะ เพราะยาจะทำปฏิกิริยากับโลหะ
๒.? ??? การเตรียมยาสมุนไพร
ยาสมุนไพรที่ใช้ต้มควรหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดี? ถ้าเป็นแก่นก็หั่นเป็นชิ้นขนาดเท่า ๆ กันถ้าเป็นใบใหญ่ เช่น ชุมเห็ดเทศ ให้หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แต่ถ้าใบเล็กเช่น ฟ้าทะลายโจร กะเพรา ก็ใช้ทั้งใบขนาดไม่ควรเล็กเกินไป เพราะทำให้กรองยายากและเวลาต้มอาจจะไหม้ได้
๓.??? การต้ม
เติมน้ำสะอาดลงในตัวยา ให้น้ำท่วมตัวยา ใช้ไฟขนาดกลางต้มให้เดือดหลังจากเดือดแล้วไฟอ่อนลง ใช้เวลาต้ม ๑๐ ? ๑๕ นาที ต้องคอยดูแลและคนสม่ำเสมอ อย่าให้ยาไหม้ ( การต้มยาไทย ส่วนใหญ่จะต้ม ๓ เอา ๑ คือ ใส่น้ำ ๓ ส่วน ของปริมาณที่ต้องการใช้ และต้มให้เหลือ ๑ ส่วน หรือต้มรับประทานจนยาจืด ไม่เกิน ๗ ? ๑๐ วัน ควรอุ่น เช้า ? เย็น ทุกวัน ) ยาต้มควรรับประทานเวลาท้องว่าง ( ก่อนอาหาร ) จำนวนครั้งละปริมาณที่กำหนดในวิธีใช้ยา
ยาต้มเป็นรูปแบบการปรุงยาสมุนไพรที่ใช้มานาน เป็นการใช้น้ำเป็นตัวทำละลายยาสมุนไพร ข้อดีของยาต้มคือ ดูดซึมง่าย ออกฤทธิ์เร็ว วิธีการเตรียมง่ายและสะดวก มีข้อเสียคือ รสชาติและกลิ่นอาจรับประทานยากสำหรับบางคน และยาต้มเก็บไว้ไม่ได้นานขึ้น
วิธีการเตรียมยาต้ม
๑.??? น้ำและภาชนะ
น้ำที่ใช้ต้มยาควรเป็นน้ำสะอาด ใส ไม่มีสี กลิ่น รส ปริมาณยาโดยปกติ จะใส่น้ำพอท่วมยา ภาชนะที่ใช้ต้มยาควรเป็นหม้อดินเผา หรือหม้อเคลือบ ไม่ควรใช้ภาชนะที่เป็นโลหะ เพราะยาจะทำปฏิกิริยากับโลหะ
๒.? ??? การเตรียมยาสมุนไพร
ยาสมุนไพรที่ใช้ต้มควรหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดี? ถ้าเป็นแก่นก็หั่นเป็นชิ้นขนาดเท่า ๆ กันถ้าเป็นใบใหญ่ เช่น ชุมเห็ดเทศ ให้หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แต่ถ้าใบเล็กเช่น ฟ้าทะลายโจร กะเพรา ก็ใช้ทั้งใบขนาดไม่ควรเล็กเกินไป เพราะทำให้กรองยายากและเวลาต้มอาจจะไหม้ได้
๓.??? การต้ม
เติมน้ำสะอาดลงในตัวยา ให้น้ำท่วมตัวยา ใช้ไฟขนาดกลางต้มให้เดือดหลังจากเดือดแล้วไฟอ่อนลง ใช้เวลาต้ม ๑๐ ? ๑๕ นาที ต้องคอยดูแลและคนสม่ำเสมอ อย่าให้ยาไหม้ ( การต้มยาไทย ส่วนใหญ่จะต้ม ๓ เอา ๑ คือ ใส่น้ำ ๓ ส่วน ของปริมาณที่ต้องการใช้ และต้มให้เหลือ ๑ ส่วน หรือต้มรับประทานจนยาจืด ไม่เกิน ๗ ? ๑๐ วัน ควรอุ่น เช้า ? เย็น ทุกวัน ) ยาต้มควรรับประทานเวลาท้องว่าง ( ก่อนอาหาร ) จำนวนครั้งละปริมาณที่กำหนดในวิธีใช้ยา

ยาชง
ยาชงเป็นรูปแบบหนึ่งที่เตรียมง่าย ส่วนใหญ่เป็นการใช้ยาสมุนไพรแห้ง และเติมน้ำร้อนเป็นตัวทำละลาย ข้อดีของยาชง คือ ดูดซึมง่าย มักมีกลิ่นหอม และรสชาติดี
วิธีเตรียมยา
ยาชงส่วนใหญ่เป็นการนำส่วนของสมุนไพร เช่น ใบหญ้าหนวดแมว, ใบชุมเห็ดเทศ, กลีบรองดอกของกระเจี๊ยบ มาล้างให้สะอาดและผึ่งลมให้แห้ง ( บางอย่างนำไปคั่วหรือย่างไฟ ) เติมน้ำเดือดลงในสมุนไพรแห้งนั้น ทิ้งไว้ประมาณ ๓ ? ๕ นาทีก็ใช้ได้ อย่าทิ้งยาชงไว้นานเกินไป จะทำให้สรรพคุณ กลิ่น และรสของยาเปลี่ยนแปลงไป

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2010 เวลา 22:44 น.
 

Login Form